ทริปดูแสงเหนือ Lofoten เปิดรับกรุ๊ปเล็กแค่ 10 คน เดินทางช่วง Autumn ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีทอง อากาศไม่หนาวมากแสงเหนือมาเต้นระบำให้เห็นแล้วและเราสามารถเห็นแสงเหนือจากที่พักได้เลย
ทริปนี้เราบินมาเจอกันที่สนามบินออสโลนะคะ เที่ยวกันแบบสบายๆ 3 คืนแรกเราจะพักบ้านริมทะเลเป็นหลัง, 1 หลังมี 3 ห้องนอน, 2 ห้องน้ำ อยู่ได้หลังละ 6 คน มีครัวทำอาหาร อยูติดทะเลวิวหลักล้าน เนื่องจากร้านอาหารอาจอยูไกลที่พักและเวลาเปิดปิดไม่แน่นอนเราสามารถทำอาหารเย็นทานกันที่บ้านได้ ส่วนคืนสุดท้ายเราจะไปพักโรงแรมใน Svolvær ก่อนบินกลับออสโล
ไม่ว่าจะมาสายการบินอะไรจากไทยขอให้มาถึงออสโลตอนเช้า ถ้ามากับการบินไทยจะมาถึงประมาณ 7.30 ตอนเช้า หลังจากนั้นเรามีตัวเลือกของไฟล์ทที่เราจะบินไป Lofoten ตามนี้ค่ะ
By SAS & Widerør (แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมือง Bodø) - จองกับ SAS ทั้งรูท
Oslo - Leknes 12.55 - 16.35
Svolvær - Oslo 11.45 - 14.25 or 07.30 - 12.00
By Norwegian & Widerør (แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมือง Bodø) - จองแยกกัน 2 สายการบิน
Oslo - Leknes 12.50 - 16.35
Svolvær - Oslo 11.45 - 16.20 or 07.30 - 12.00
ถึงแม้ว่าจะบินมาลงออสโลตอนเที่ยงก็เสี่ยงที่จะไม่ทันไฟล์ทการบินไทย เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าไฟล์ทที่ Svolvær จะดีเลย์มั๊ย อากาศอาจไม่เป็นใจไฟล์ทอาจต้องเปลี่ยนเวลา แนะนำว่าให้นอนค้างที่ออสโล 1 คืนแล้วบินกลับไทยวันรุ่งขึ้น (ถ้ามาการบินไทยหรือสายอื่นที่ออกเวลาใกล้เคียงการบินไทย, การบินไทยออกเวลา 13.45) ถึงจะไม่ดีเลย์แต่กว่าจะรับกระเป๋า กว่าจะเช็คอินอีก น่าจะไม่ทัน
ตอนจองไฟล์ทในประเทศนอร์เวย์ปรึกษากันได้ค่ะ
Day 1: จาก Oslo สู่ Leknes – เริ่มต้นการเดินทางสู่ความงามของ Lofoten
เริ่มต้นการเดินทางที่สนามบิน Oslo ประเทศนอร์เวย์ แล้วบินต่อภายในประเทศสู่สนามบิน Leknes ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางหมู่เกาะ Lofoten หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในยุโรป ด้วยธรรมชาติที่ยังคงความดิบและเงียบสงบ
เมื่อเดินทางมาถึง รถจะมารับจากสนามบิน โดยระหว่างทางแวะซูเปอร์มาร์เก็ตใน Leknes เพื่อซื้อเสบียงและของใช้ที่จำเป็น ก่อนมุ่งหน้าสู่ที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย เตรียมตัวสำหรับการผจญภัยในวันถัดไป
Day 2: Uttakleiv – Nusfjord – Ramberg – Fredvang Bridges
เช้านี้ออกเดินทางไปยัง Uttakleiv Beach ชายหาดที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในนอร์เวย์ ด้วยหาดทรายขาวโอบล้อมด้วยภูเขาและโขดหิน รูปทรงแปลกตาท่ามกลางพื้นน้ำสีเขียวฟ้า เหมาะแก่การเดินเล่นและถ่ายภาพธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม
จากนั้นเดินทางต่อไปยัง Nusfjord หนึ่งในหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศและได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี บ้านไม้สีแดงริมอ่าวให้บรรยากาศดั้งเดิมที่สะท้อนชีวิตชาวประมงยุคก่อน พร้อมทิวทัศน์ของภูเขาสูงล้อมรอบที่งดงามในทุกฤดูกาล
หลังรับประทานอาหารกลางวัน เดินทางไปยัง Ramberg Beach ชายหาดสีขาวสะอาดตาที่ทอดยาวริมทะเล ตัดกับฉากหลังของภูเขาสูงชัน น้ำทะเลที่นี่ใสมากจนสะท้อนท้องฟ้า เป็นจุดพักผ่อนที่เงียบสงบ เหมาะแก่การชมวิวและถ่ายภาพ
ก่อนกลับแวะชม Fredvang Bridges สะพานคู่ที่เชื่อมเกาะ Moskenesøya และ Flakstadøya เข้าด้วยกัน เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นท้องทะเลกว้างใหญ่ตัดกับแนวเขาแบบพาโนรามา บรรยากาศสงบและน่าประทับใจ
Day 3: Hamnøy – Sakrisøy – Reine – Å
ออกเดินทางจาก Leknes มุ่งหน้าไปยัง Hamnøy หมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่กลายเป็นภาพสัญลักษณ์ของ Lofoten จากมุมสะพานที่สามารถถ่ายภาพกระท่อมสีแดง (rorbu) เรียงรายริมทะเล โดยมีภูเขาแหลมสูงเป็นฉากหลังอันอลังการ
ต่อไปคือ Sakrisøy หมู่บ้านขนาดเล็กที่โดดเด่นด้วยบ้านไม้สีเหลืองริมอ่าวซึ่งแตกต่างจากหมู่บ้านอื่นในภูมิภาคนี้ บรรยากาศน่ารัก เต็มไปด้วยร้านค้าเล็ก ๆ และร้านปลารมควันท้องถิ่นที่น่าลอง
เดินทางต่อสู่ Reine หนึ่งในหมู่บ้านที่ได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุดในนอร์เวย์ ตั้งอยู่ริมฟยอร์ด โดยมีภูเขา Reinebringen เป็นฉากหลัง หมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยมุมถ่ายภาพที่สวยงาม และให้ความรู้สึกสงบเหมือนย้อนเวลาไปยังวิถีชีวิตดั้งเดิม
จากนั้นไปยังปลายทางสุดของถนนสาย E10 ที่หมู่บ้าน Å หมู่บ้านที่ชื่อสั้นที่สุดในโลก แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของชาวประมง Lofoten มีทั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและวิวท่าเรือที่เงียบสงบ เหมาะแก่การเดินเล่นและเก็บภาพความทรงจำหลังจากชมหมู่บ้าน เดินทางกลับสู่ Leknes พักผ่อนตามอัธยาศัย
Day 4: Leknes – Henningsvær – Svolvær
หลังเช็คเอาท์จากที่พักใน Leknes เดินทางไปยัง Henningsvær หมู่บ้านชาวประมงที่ตั้งอยู่บนกลุ่มเกาะเล็ก ๆ ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสะพาน เป็นที่รู้จักในฐานะ "เวนิสแห่ง Lofoten" ด้วยทิวทัศน์งดงามและบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา จุดเด่นคือ Henningsvær Stadion สนามฟุตบอลที่ตั้งอยู่บนโขดหินริมทะเล ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสนามที่วิวสวยที่สุดในโลก
หลังจากเดินเล่นและรับประทานอาหารกลางวัน เดินทางต่อไปยัง Svolvær เมืองหลักของหมู่เกาะ Lofoten ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม การค้า และการเดินทาง ตัวเมืองมีร้านค้า แกลเลอรี่ และคาเฟ่มากมาย เหมาะแก่การเดินชมท่าเรือและใช้เวลายามบ่ายอย่างผ่อนคลาย ก่อนเข้าที่พักและพักผ่อนตามอัธยาศัย
Day 5: Svolvær – Oslo
เช้าวันสุดท้ายของทริป เช็คเอาท์จากที่พักใน Svolvær แล้วเดินทางสู่สนามบินเพื่อบินกลับสู่ Oslo พร้อมความทรงจำอันแสนประทับใจจากภูเขา ทะเล และหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบของ Lofoten ที่ยากจะลืมเลือน
ราคาต่อคน : 18,900 Kr. (อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน 1 Kr. = 3.28 บาท)
*ใช้รถตู้ 16 ที่นั่ง
ราคารวม :
- ที่พัก 4 คืน
- รถตู้พร้อมคนขับ
- คนนำทัวร์ (คนไทย)
ที่พัก :
Leknes - Lofoten Basecamp
Svolvær - Scandic Svolvær / Thon Hotel Lofoten
* ถ้าที่พักดังกล่าวเต็มเราจะจองที่พักอื่นระดับเดียวกัน
ราคาไม่รวม :
- ตั๋วเครื่องบินจากไทย/ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศนอร์เวย์/วีซ่า/ประกันการเดินทาง
- อาหาร (รวมเฉพาะอาหารเช้าที่โรงแรมวันสุดท้าย)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ
* ขอจำกัดกระเป๋าเดินทางใหญ่ท่านละ 1 ใบเพื่อความสะดวกและมีพื้นที่พอสำหรับการขนย้ายช่วงการเดินทาง และโรงแรมส่วนใหญ่ไม่มีบริการยกกระเป๋า ผู้เดินทางต้องรับผิดชอบสัมภาระของตัวเอง
* มีตัวแทนที่ไทยให้คำปรึกษาเรื่องจองตั๋วเครื่องบินและจัดทำเอกสารเพื่อขอวีซ่า
1. หลังจากเราคอนเฟิร์มการออกทริป (ต้องได้อย่างน้อย 8 คน) เก็บค่ามัดจำงวดแรก 4,800 โครนนอร์เวย์ต่อคนภายใน 15 วัน (ดูอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จ่าย) - จ่ายเข้าบัญชีธนาคารที่ไทย
2. งวดที่ 2 - 50% ของยอดที่เหลือ จ่าย 90 วันก่อนวันเดินทาง - จ่ายเข้าบัญชีธนาคารนอร์เวย์
3. งวดที่ 3 - ยอดที่เหลือทั้งหมด จ่าย 60 วันก่อนวันเดินทาง - จ่ายเข้าบัญชีธนาคารนอร์เวย์
(ส่งหลักฐานการจ่ายเงินมาทางช่องทางที่ติดต่อกัน)
การยกเลิก :
1. ยกเลิกก่อน 60 วันคืนมัดจำ 50%
2. ยกเลิกหลัง 60 วันทางเราขอสงวนสิทธ์ไม่คืนค่ามัดจำทั้งหมดที่จ่ายมาแล้ว
* ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินถ้ามาถึงแล้วมีการยกเลิกภายหลังหรือใช้บริการไม่ครบ